แบ็กซ์เตอร์ฯ ฉลอง 80 ปี

แนะ “อาชีพในฝันของหนู...ตามรอยพ่อ เพื่อชีวิตพอเพียง”

พาน้อง ชมโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา

บริษัท แบ็กซ์เตอร์ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเวชภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ชั้นนำ ฉลองครบรอบ 80 ปี จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างความแตกต่างอย่างมีความหมาย” โดยมุ่งเน้นจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้กับสิ่งแวดล้อมและชุมชนไทยอย่างยั่งยืน อาทิ นำทีมพนักงานไปเลี้ยงช้างและให้อาหารช้าง พร้อมปลูกกล้วยเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารของช้างในอนาคต ที่หมู่บ้านอนุรักษ์ช้าง “ช.ช้างชรา” จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังได้สานต่อโครงการพัฒนาหมู่บ้าน ชีวิตสดใส สังคมไทยยั่งยืนเป็นปีที่ 2 โดยมอบเงินบริจาคให้กับสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (PDA) จำนวน 350,000 บาท และมอบทุนการศึกษาให้กับตัวแทนนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จากโรงเรียนวัดบ้านตะเภาหนุน อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา โดยมี ภญ. ทิพวรรณ จิตพิมลมาศ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทแบ็กซ์เตอร์ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นประธานการมอบทุนการศึกษา พร้อมนำทีมพี่ๆพนักงานบริษัทฯ จากสาขาวิชาชีพต่างๆ มาร่วมให้ความรู้กับกิจกรรมแนะแนว “อาชีพในฝันของหนู” เพื่อเป็นพื้นฐานความรู้ในการเลือกอาชีพในอนาคตให้กับน้องๆ ไม่ว่าจะเป็น เภสัชกร พยาบาล นักบัญชีวิเคราะห์ และวิศวกรเครื่องมือแพทย์ พร้อมเล่นเกม และรับของรางวัลต่างๆ มากมาย ทั้งขนมและตุ๊กตา สร้างสีสันและความสนุกนสนานให้กับน้องๆ เป็นอย่างมาก

 

นอกจากนี้ยังได้พาน้องๆ ไปร่วมทัศนศึกษา “ตามรอยพ่อ เพื่อชีวิตพอเพียง” นำโดย ภญ.วไลพร พรวิรุฬห์ พี่ใจดีจากแบ็กซ์เตอร์ฯ พาน้องๆ เข้าชมโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ในด้านการพัฒนาอาชีพในอนาคต เนื่องจากที่สวนจิตรลดานั้น เป็นโครงการที่สนองแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มุ่งเน้นการดำเนินงานโดยยึดหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน โดยให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สามารถเป็นตัวอย่างให้กับน้องๆ ได้ศึกษา และนำกลับไปถ่ายทอดให้เพื่อนๆ ที่โรงเรียนได้ อาทิ

 

วิธีการผลิตกระดาษสา ที่ทำจากกระดาษเหลือใช้ การผลิตน้ำผึ้งจิตรลดา แล้วเดินต่อไปโรงเพาะเห็ดหลินจือ ซึ่งเมื่อโตเต็มที่จะนำไปสกัดเป็นยารักษาโรคต่างๆ ก่อนจะไปต่อที่กรรมวิธีผลิตน้ำผลไม้ และอาหารกระป๋อง ที่ทางโครงการผลิตขึ้นเพื่อบริจาคให้กับผู้ประสบภัย ตามด้วยโครงการค้นคว้าน้ำมันเชื้อเพลิง ดูความแตกต่างของน้ำมันไบโอดีเซล และแก๊สโซฮอล์ รวมไปถึงน้ำมันที่ใช้ในการทำอาหาร ซึ่งระหว่างที่เดินไปตามโครงการต่างๆ น้องแคท-จันทาทิพย์ ดวงกำเนิด บอกกับทีมงานว่า “กระดาษสาทำง่ายเนอะพี่ น่าเอาไปทำโครงการที่โรงเรียน จะได้ไม่ต้องซื้อกระดาษใหม่มาทำงานประดิษฐ์ แล้วก็จัดบอร์ดในวันสำคัญต่างๆ ไม่เปลืองดี”

 

จากนั้นจึงไปชมห้องนิทรรศการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ซึ่งเก็บอุปกรณ์ที่เคยใช้ในงานพระราชพิธีฯ มาจัดแสดงไว้ และฝั่งตรงข้ามของห้องเป็นแปลงนาข้าวทดลอง ซึ่งผลผลิตส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีถัดไป ต่อจากนั้นไปดูวิธีการหล่อเทียนที่ทางโรงหล่อเทียนหลวงผลิตเทียนแบบต่างๆ ไว้ใช้ในการพระราชพิธี และนำไปถวายวัด ก่อนจะแวะชอปปิ้ง ให้หายเหนื่อยที่ร้านสวัสดิการ กรมราชองครักษ์ สวนจิตรลดา ต่อจากนั้นก็ไปชมโรงบดแกลบ โรงสีข้าว โรงนมเม็ดสวนดุสิต โรงนมยูเอชทีสวนจิตรลดา แล้วไปจบที่โรงโคนมสวนจิตรลดา

 

                เมื่อรับประทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแล้ว ภญ.วไลพร ได้นำน้องๆ ไปเรียนรู้หลักธรรมกันที่ โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร บริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร เป็นโลหะปราสาทองค์แรกและองค์เดียวของไทย และถือเป็นองค์ที่ 3 ของโลก โดยยอดปราสาทประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ รวม 37 ยอด อันหมายถึงหลักธรรมในพระพุทธศาสนา 37 ประการ ที่เป็นปัจจัยให้ดำเนินไปสู่ความหลุดพ้น เข้าสู่ดินแดนพระนิพพาน  ที่เรียกว่า "โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ"

 

                แม้ว่าแดดจะร้อน แต่เมื่อเข้ามาในปราสาทอากาศก็เย็นขึ้นในทันที โดยน้องๆ ได้ขึ้นไปชมทัศนียภาพ 360 องศา และบูชาพระบรมสารีริธาตุ ที่ยอดปราสาท โดยระหว่างทางขึ้น มีบอร์ดแสดงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าติดอยู่เป็นระยะ ก่อนจะลงมาสัมผัสห้องนิทรรศการ ที่จัดไว้เป็นเขาวงกต ที่ได้แสดงวิวัฒนาการของของการสร้างโลหะปราสาท ที่น้องๆ สามารถหมุนนาฬิกาย้อนไปดูภาพในอดีตของโลหะปราสาทได้ รวมไปถึงภาพต่างๆ ของกรุงรัตนโกสินทร์ในอดีต พร้อมสอดแทรกหลักธรรมคำสอนไปตามจุดต่างๆ ตามทางเดิน

 

                ก่อนกลับบ้าน น้องเต้-อภิสิทธิ์ ประสมทรัพย์ ทิ้งท้ายไว้แบบเขินๆ ว่า “สนุกดีครับ มาเที่ยวครั้งนี้มีอะไรไปเล่าให้เพื่อนๆ ที่โรงเรียนฟังเยอะ ทั้งเรื่องอาชีพและเรื่องเที่ยว แถมยังได้ทุนการศึกษากลับไปช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านด้วย ปีหน้ามีโอกาสก็อยากมาอีกครับ”

ดูรูปทั้งหมด